นั่งร้านมีกี่ประเภท? เปรียบเทียบ 4 แบบที่ใช้ในงานก่อสร้างไทย | KOHINTER

นั่งร้านในงานก่อสร้างคืออะไร?
นั่งร้าน คือโครงสร้างชั่วคราวที่ใช้รองรับน้ำหนักผู้ปฏิบัติงานและวัสดุก่อสร้างในระหว่างการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังใช้เป็นโครงค้ำยันรองรับแบบหล่อคอนกรีต และป้องกันการตกจากที่สูงอีกด้วย
ตามมาตรฐาน มยผ. 1571-62 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง นั่งร้านโลหะที่ใช้ในงานก่อสร้างไทยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก โดยจำแนกตามลักษณะการปฏิบัติงาน ขนาดน้ำหนักบรรทุก และลักษณะพื้นที่ติดตั้ง
นั่งร้านมีกี่ประเภท?
- นั่งร้านโครงสำเร็จรูป (Prefabricated Scaffold)
- นั่งร้านแบบท่อและข้อต่อ (Tube-and-Coupler Scaffold)
- นั่งร้านแบบเท้าแขน (Cantilever Scaffold)
- นั่งร้านแบบเคลื่อนที่ (Mobile Scaffold)
ประเภทที่ 1 : นั่งร้านโครงสำเร็จรูป (Prefabricated Scaffold)
นั่งร้านโครงสำเร็จรูป คือนั่งร้านที่ผลิตชิ้นส่วนมาจากโรงงานพร้อมใช้งาน ประกอบและรื้อถอนได้รวดเร็ว เหมาะกับงานก่อสร้างอาคารทั่วไปที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการติดตั้ง
นั่งร้านโครงสำเร็จรูปแบ่งออกเป็น 3 ชนิด
1.1 นั่งร้านแบบแยกส่วน (Modular Scaffold)
เป็นนั่งร้านที่มีจุดต่อเชื่อมชิ้นส่วนแบบสำเร็จรูป เช่น แบบลิ่ม (Wedge) แบบแหวนล็อก (Ringlock) หรือแบบถ้วยล็อก (Cuplock) สามารถปรับความสูงและรูปแบบได้หลากหลาย เหมาะสำหรับงานนั่งร้านทั่วไปและงานโครงค้ำยัน
1.2 นั่งร้านแบบโครง (Frame Scaffold)
เป็นนั่งร้านที่นิยมใช้มากที่สุดในงานก่อสร้างไทย มีโครงเหล็กสำเร็จรูปเป็นหน่วย ประกอบต่อกันในแนวดิ่งและแนวนอนได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับงานฉาบปูน งานทาสี และงานภายนอกอาคาร
1.3 นั่งร้านแบบโครงหอสูง (Tower-Frame Scaffold)
เป็นนั่งร้านโครงสำเร็จรูปที่ออกแบบเป็นหอสูง ฐานสามารถติดตั้งบนล้อหรือแผ่นฐานได้ เหมาะสำหรับงานซ่อมบำรุงและงานที่ต้องการเคลื่อนย้ายตำแหน่งในแนวราบบ่อยครั้ง
ข้อพิจารณาสำคัญสำหรับนั่งร้านโครงสำเร็จรูป
- ต้องใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตเดียวกัน ห้ามนำชิ้นส่วนต่างประเภทมาใช้ร่วมกัน เว้นแต่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต
- ผู้ผลิตต้องระบุน้ำหนักบรรทุกสูงสุดและความสูงสูงสุดที่อนุญาต
- หากไม่สามารถใช้งานตามคู่มือผู้ผลิตได้ ต้องจัดให้มีวิศวกรออกแบบใหม่
ประเภทที่ 2 : นั่งร้านแบบท่อและข้อต่อ (Tube-and-Coupler Scaffold)
นั่งร้านแบบท่อและข้อต่อ ประกอบจากท่อเหล็กกลมและแคลมป์ยึดชนิดต่างๆ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับรูปแบบให้เข้ากับพื้นที่ทำงานที่ซับซ้อนได้ เหมาะกับอาคารที่มีรูปทรงไม่เป็นมาตรฐาน
ข้อดีของนั่งร้านแบบท่อและข้อต่อ
- ปรับใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งนั่งร้านสำหรับทำงานและโครงค้ำยัน
- เหมาะกับพื้นที่ก่อสร้างที่มีรูปทรงซับซ้อนหรือไม่สม่ำเสมอ
ข้อจำกัดของนั่งร้านแบบท่อและข้อต่อ
- ใช้แรงงานในการประกอบเป็นจำนวนมาก
- ต้องใช้ทักษะที่ซับซ้อนกว่านั่งร้านประเภทอื่น
- การออกแบบต้องดำเนินการโดยวิศวกรเท่านั้น ตามมาตรฐาน มยผ. 1571-62
ชิ้นส่วนหลักของนั่งร้านแบบท่อและข้อต่อ
- แคลมป์ตาย (Right-Angle Coupler) — รับน้ำหนักบรรทุก ต่อท่อที่มุม 90 องศา
- แคลมป์หมุนบิดได้ (Swivel Coupler) — ปรับมุมระหว่างท่อได้
- แผ่นรองเสา (Base Plate) — กระจายน้ำหนักลงสู่พื้น ขนาดต่ำสุด 120x120 มม.
- ข้อต่อแบบปลอกสวม (Sleeve Coupler) — ต่อปลายท่อสองท่อเข้าด้วยกัน
ประเภทที่ 3 : นั่งร้านแบบเท้าแขน (Cantilever Scaffold)
นั่งร้านแบบเท้าแขน คือนั่งร้านที่ยื่นออกมาจากโครงสร้างอาคารในแนวราบ โดยไม่มีเสารับน้ำหนักที่พื้นด้านล่าง ใช้ในกรณีที่พื้นที่ใต้นั่งร้านไม่สามารถวางเสารองรับได้ เช่น บริเวณทางเข้าออก ชั้นล่างของอาคาร หรือพื้นที่ที่มีการสัญจรตลอดเวลา
งานที่เหมาะกับนั่งร้านแบบเท้าแขน
- งานซ่อมบำรุงหรือตกแต่งผนังด้านนอกอาคารที่ชั้นสูง
- พื้นที่ที่ไม่สามารถตั้งเสานั่งร้านถึงพื้นได้
- งานที่ต้องการพื้นที่โล่งด้านล่างอย่างต่อเนื่อง
ประเภทที่ 4 : นั่งร้านแบบเคลื่อนที่ (Mobile Scaffold)
นั่งร้านแบบเคลื่อนที่ คือนั่งร้านที่ติดตั้งบนล้อเลื่อน สามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่งได้โดยไม่ต้องรื้อถอนทั้งหมด เหมาะกับงานที่ต้องเคลื่อนที่บ่อย เช่น งานทาสีภายใน งานซ่อมฝ้าเพดาน หรืองานในโกดังขนาดใหญ่
ข้อควรระวังในการใช้นั่งร้านแบบเคลื่อนที่
- ต้องล็อกล้อให้แน่นก่อนขึ้นปฏิบัติงานทุกครั้ง
- ห้ามเคลื่อนย้ายขณะมีผู้ปฏิบัติงานอยู่บนนั่งร้าน
- พื้นที่ใช้งานต้องราบเรียบและมีความมั่นคง
เปรียบเทียบนั่งร้านทั้ง 4 ประเภท
| ประเภท | ข้อดี | ข้อจำกัด | งานที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|
| โครงสำเร็จรูป | ประกอบ–รื้อเร็ว ใช้งานสะดวก | ต้องใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตเดียวกัน | งานก่อสร้างอาคารทั่วไป |
| ท่อและข้อต่อ | ยืดหยุ่นสูง ปรับรูปแบบได้หลากหลาย | ใช้แรงงานมาก ต้องมีวิศวกรออกแบบ | อาคารรูปทรงซับซ้อน |
| เท้าแขน | ไม่ต้องมีเสาถึงพื้น | รับน้ำหนักได้จำกัด | บริเวณที่พื้นล่างต้องโล่ง |
| เคลื่อนที่ | เคลื่อนย้ายได้โดยไม่ต้องรื้อ | ใช้ได้เฉพาะพื้นที่ราบเรียบ | งานภายในอาคาร งานซ่อมบำรุง |
วิธีเลือกประเภทนั่งร้านให้เหมาะกับงาน
การเลือกนั่งร้านที่เหมาะสมต้องพิจารณาปัจจัยหลัก ดังนี้
- ลักษณะพื้นที่ — พื้นที่ราบหรือซับซ้อน มีสิ่งกีดขวางหรือไม่
- ความสูงของงาน — งานชั้นเตี้ยหรืออาคารสูง
- น้ำหนักบรรทุก — ปริมาณผู้ปฏิบัติงานและวัสดุที่ต้องรองรับ
- ระยะเวลาใช้งาน — งานระยะสั้นหรือต้องใช้งานต่อเนื่องยาวนาน
- ความปลอดภัยและมาตรฐาน — ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มยผ. 1571-62
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเภทนั่งร้าน (FAQ)
นั่งร้านโครงสำเร็จรูปกับนั่งร้านแบบท่อและข้อต่อ อันไหนดีกว่ากัน?
ขึ้นอยู่กับลักษณะงานครับ หากต้องการความรวดเร็วในการติดตั้ง นั่งร้านโครงสำเร็จรูปเหมาะกว่า แต่หากพื้นที่มีรูปทรงซับซ้อนหรือไม่เป็นมาตรฐาน นั่งร้านแบบท่อและข้อต่อมีความยืดหยุ่นกว่า
นั่งร้านแบบเคลื่อนที่ใช้กับงานก่อสร้างกลางแจ้งได้ไหม?
ได้ครับ แต่ต้องใช้บนพื้นที่ราบและมั่นคงเท่านั้น ไม่เหมาะกับพื้นดินอ่อน พื้นลาดเอียง หรือพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง และต้องล็อกล้อก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง
นั่งร้านแบบท่อและข้อต่อ ต้องให้วิศวกรออกแบบหรือไม่?
ต้องครับ ตามมาตรฐาน มยผ. 1571-62 กำหนดให้การออกแบบนั่งร้านแบบท่อและข้อต่อต้องดำเนินการโดยวิศวกรเท่านั้น เนื่องจากมีความซับซ้อนในการคำนวณโครงสร้างและการยึดโยง
นั่งร้านประเภทไหนนิยมใช้มากที่สุดในไทย?
นั่งร้านโครงสำเร็จรูปแบบโครง (Frame Scaffold) นิยมใช้มากที่สุดในงานก่อสร้างอาคารทั่วไปในประเทศไทย เนื่องจากประกอบและรื้อถอนได้รวดเร็ว หาซื้อและเช่าได้ง่าย และเหมาะกับลักษณะงานก่อสร้างส่วนใหญ่


