แชร์

แผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile คืออะไร? เลือก 100g หรือ 200g แบบไหนเหมาะกับงานคุณ

อัพเดทล่าสุด: 24 มิ.ย. 2026
37 ผู้เข้าชม
แผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile คืออะไร เลือก 100g หรือ 200g แบบไหนเหมาะกับงานคุณ

ในวงการก่อสร้างและงานวิศวกรรมโยธา มีวัสดุชนิดหนึ่งที่ช่างและผู้รับเหมาหลายคนยังไม่คุ้นชื่อ แต่กลับเป็นองค์ประกอบสำคัญที่อยู่ใต้ถนน ใต้ฐานอาคาร ตามริมคลอง และในงานจัดสวนทั่วประเทศ วัสดุนั้นคือ แผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)

บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักกับ Geotextile ตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงการเลือกน้ำหนักให้เหมาะกับงาน โดยเฉพาะสองรุ่นยอดนิยมอย่าง 100g/ตร.ม. และ 200g/ตร.ม. ขนาด 4×100 เมตร ที่ KOH International จำหน่าย


Geotextile คืออะไร?

Geotextile (จีโอเท็กซ์ไทล์) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า แผ่นใยสังเคราะห์ คือวัสดุแผ่นที่ผลิตจากเส้นใยโพลีเมอร์สังเคราะห์ เช่น Polypropylene (PP) หรือ Polyester (PET) มีคุณสมบัติพิเศษคือน้ำสามารถซึมผ่านได้ ในขณะที่ยังคงกรองอนุภาคดินทรายไว้ได้

คำว่า "Geo" มาจากภาษากรีกแปลว่า "ดิน" สะท้อนถึงการใช้งานหลักในงานวิศวกรรมดินและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ

วัสดุที่ใช้ผลิต

  • Polypropylene (PP) ทนทานต่อสารเคมี เชื้อรา และแบคทีเรียในดิน ราคาประหยัด นิยมใช้งานทั่วไป
  • Polyester (PET) ความแข็งแรงดึงสูงกว่า เหมาะกับงานวิศวกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง

หน้าที่หลัก 5 ประการของแผ่นใยสังเคราะห์

แผ่นใยสังเคราะห์ไม่ได้เป็นแค่ "ผ้ากันดิน" ธรรมดา แต่มีฟังก์ชันวิศวกรรมที่หลากหลาย ดังนี้

1. แยกชั้นวัสดุ (Separation)

ปัญหาคลาสสิกในงานก่อสร้างคือชั้นหินหรือกรวดที่ถมทับมักจะค่อย ๆ จมลงไปปะปนกับชั้นดินอ่อนด้านล่าง ทำให้โครงสร้างทรุดตัวและแข็งแรงลดลง แผ่นใยสังเคราะห์ที่ปูคั่นกลางจะแยกชั้นวัสดุทั้งสองออกจากกันอย่างถาวร ทำให้แต่ละชั้นทำหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพ

2. กรองอนุภาค (Filtration)

ในงานระบายน้ำ แผ่นใยสังเคราะห์ทำหน้าที่เหมือน "ตะแกรงกรองธรรมชาติ" น้ำไหลผ่านได้อย่างอิสระ แต่อนุภาคดินและทรายถูกกักไว้ ป้องกันไม่ให้ระบบระบายน้ำตันหรืออุดตัน

3. ระบายน้ำ (Drainage)

แผ่นใยสังเคราะห์ชนิดหนาช่วยนำน้ำใต้ดินให้ไหลไปยังจุดระบายที่ต้องการ ลดแรงดันน้ำที่อาจทำให้โครงสร้างเสียหาย

4. เสริมกำลังดิน (Reinforcement)

เมื่อปูแผ่นใยสังเคราะห์ในชั้นดิน จะช่วยเพิ่มความสามารถรับแรงดึงให้กับมวลดิน ทำให้คันดิน ทางลาดชัน หรือโครงสร้างฐานรากมีเสถียรภาพมากขึ้น

5. ป้องกันการกัดเซาะ (Erosion Protection)

บริเวณริมตลิ่ง ชายฝั่ง หรือคันดินริมคลอง แผ่นใยสังเคราะห์ช่วยลดการพังทลายของหน้าดินจากแรงคลื่นและกระแสน้ำ


Non-Woven Geotextile คืออะไร? ต่างจากแบบอื่นอย่างไร?

Non-Woven Geotextile (แบบไม่ถักทอ) ซึ่งเป็นประเภทที่นิยมใช้มากที่สุดในไทย

กระบวนการผลิต Needle Punch

Non-Woven ผลิตด้วยเทคโนโลยี Needle Punch โดยใช้เข็มตะขอจำนวนมากแทงผ่านชั้นเส้นใยด้วยความเร็วสูง ทำให้เส้นใยเกี่ยวและพันกันโดยไม่ต้องถักทอ ผลที่ได้คือแผ่นที่มีช่องว่างระหว่างเส้นใยอย่างสม่ำเสมอ เหมาะสมกับการกรองและระบายน้ำเป็นพิเศษ

จุดเด่นของ Non-Woven

  • ระบายน้ำได้ดีเยี่ยม
  • ความยืดหยุ่นสูง ปรับตัวตามสภาพพื้นดินได้ดี
  • ทนทานต่อเชื้อรา แบคทีเรีย และสารเคมีในดิน
  • ติดตั้งง่าย ตัดและต่อทาบได้สะดวก
  • ราคาเข้าถึงง่ายกว่า Woven ในระดับน้ำหนักเดียวกัน

เปรียบเทียบ Geotextile 100g vs 200g เลือกแบบไหนดี?

ค่า g/m² (กรัมต่อตารางเมตร) คือตัวบ่งชี้น้ำหนักและความหนาแน่นของเนื้อแผ่น ยิ่งสูงยิ่งหนา ยิ่งแข็งแรง และยิ่งทนทาน

คุณสมบัติ Geotextile 100g/m² Geotextile 200g/m²
ความหนา บาง / เบา หนา / หนักกว่า
ความแข็งแรงดึง ปานกลาง สูง
การระบายน้ำ ดีมาก ดี (ช้ากว่าเล็กน้อย)
น้ำหนักต่อม้วน เบา ขนย้ายง่าย หนักกว่า
ราคา ประหยัดกว่า สูงกว่า
อายุการใช้งาน ปานกลาง ยาวนานกว่า

เลือก Geotextile 100g เมื่อ...

  • งานจัดสวนและภูมิทัศน์ ปูรองแยกชั้นหินและดินในการตกแต่งสวน สวนหิน หรือบ่อทราย
  • งานระบายน้ำเบา วางรองท่อระบายน้ำหรือระบบ French drain ในบ้าน
  • งานกั้นวัชพืช ปูรองพื้นในแปลงปลูกต้นไม้เพื่อป้องกันวัชพืชโดยไม่กีดขวางน้ำ
  • งานชั่วคราวหรืองานที่แรงกดดันต่ำ ไม่มีการวางน้ำหนักมาก
  • งบประมาณจำกัด และไม่ต้องการความแข็งแรงสูง

เลือก Geotextile 200g เมื่อ...

  • งานถนนและพื้นทาง ปูรองใต้ชั้นลูกรังหรือหินคลุก เพื่อแยกชั้นดินอ่อนและเสริมกำลัง
  • งานโยธาทั่วไป คันดิน กำแพงกันดิน หรืองานฐานรากที่ต้องรับน้ำหนักมาก
  • งานริมน้ำ ปูหลังเขื่อนเรียงหินหรือแนวตลิ่งเพื่อป้องกันการกัดเซาะและการเคลื่อนตัวของดิน
  • งานชลประทาน ระบบคลองส่งน้ำหรืออ่างเก็บน้ำที่ต้องการความทนทานระยะยาว
  • งานที่ต้องรับแรงกดสูง บริเวณที่มีการสัญจรของยานพาหนะหนัก

ข้อมูลจำเพาะสินค้า KOH International

แผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile 200g ขนาด 4×100 เมตร (สีขาว)

  • น้ำหนักพื้นผิว: 200 กรัม/ตารางเมตร
  • ขนาดม้วน: กว้าง 4 เมตร × ยาว 100 เมตร
  • พื้นที่คลุม: 400 ตารางเมตรต่อม้วน
  • วัสดุ: Polypropylene (PP)
  • สี: ขาว
  • เหมาะกับ: งานโยธา งานถนน งานชลประทาน งานริมน้ำ งานเสริมกำลังดิน

แผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile 100g ขนาด 4×100 เมตร (สีขาว)

  • น้ำหนักพื้นผิว: 100 กรัม/ตารางเมตร
  • ขนาดม้วน: กว้าง 4 เมตร × ยาว 100 เมตร
  • พื้นที่คลุม: 400 ตารางเมตรต่อม้วน
  • วัสดุ: Polypropylene (PP)
  • สี: ขาว
  • เหมาะกับ: งานจัดสวน งานระบายน้ำเบา งานแยกชั้นดินทั่วไป งานกั้นวัชพืช

วิธีติดตั้งแผ่นใยสังเคราะห์อย่างถูกต้อง

การติดตั้งที่ถูกวิธีจะช่วยให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและยืดอายุการใช้งาน

ขั้นตอนการปูพื้นฐาน

  1. เตรียมพื้นผิว ปรับระดับและบดอัดพื้นดินให้สม่ำเสมอ ขจัดหินแหลมหรือสิ่งแปลกปลอมที่อาจทำให้แผ่นฉีกขาด
  2. คลี่แผ่น คลี่แผ่นใยสังเคราะห์ในทิศทางที่กำหนด หลีกเลี่ยงการลากบนพื้นดินหยาบ
  3. ต่อทาบ วางซ้อนทับกันตามระยะที่แนะนำ
    • พื้นดินแน่น : ซ้อนทับ 30 ซม.
    • พื้นดินอ่อน : ซ้อนทับ 50 ซม.
    • ใต้น้ำ : ซ้อนทับ 100 ซม.
  4. ยึดตำแหน่ง ใช้หมุดเหล็ก J-pin หรือหมุดชั่วคราวยึดแผ่นให้อยู่กับที่ก่อนถม
  5. ถมวัสดุทับ ถมหินหรือดินตามแบบ โดยระมัดระวังไม่ให้ยานพาหนะขับทับแผ่นโดยตรงก่อนมีวัสดุคลุม

การเย็บต่อทาบ (กรณีต้องการความแน่นหนาสูง)

สามารถใช้เครื่องเย็บมือสนาม (Field Sewing Machine) เย็บรูปแบบ Prayer seam หรือ J-seam เพื่อประหยัดวัสดุและให้รอยต่อแข็งแรงยิ่งขึ้น


ตัวอย่างการใช้งานจริงในประเทศไทย

งานถนนชนบทและถนนลูกรัง

หนึ่งในการใช้งานที่พบเห็นบ่อยที่สุดคือการปูแผ่นใยสังเคราะห์ระหว่างชั้นดินเดิมและชั้นลูกรัง ช่วยป้องกันไม่ให้ลูกรังจมลงดิน ทำให้ถนนคงสภาพดีนานขึ้น ลดต้นทุนซ่อมบำรุงระยะยาว

งานระบบชลประทานและอ่างเก็บน้ำ

กรมชลประทานและหน่วยงานราชการนิยมใช้ Geotextile ในงานคลองส่งน้ำ อ่างเก็บน้ำ และระบบป้องกันตลิ่งอย่างแพร่หลาย เพราะทนทานต่อสภาพแวดล้อมกลางแจ้งได้นานหลายสิบปี

งานจัดสวนและภูมิทัศน์

นักจัดสวนมืออาชีพมักปูแผ่นใยสังเคราะห์ชนิด 100g ใต้ชั้นหินและกรวดตกแต่ง เพื่อแยกหินออกจากชั้นดิน ป้องกันวัชพืช และช่วยระบายน้ำ ทำให้สวนดูสะอาดตาและดูแลรักษาง่ายขึ้น

งานปกป้อง Geomembrane HDPE

ในบ่อบำบัดน้ำเสีย บ่อเก็บสารเคมี หรือบ่อกักเก็บน้ำ มักปูแผ่นใยสังเคราะห์ทั้งใต้และเหนือแผ่น HDPE เพื่อป้องกันการฉีกขาดจากหินแหลมและการสึกหรอ ยืดอายุการใช้งานของระบบโดยรวม


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ความต่างระหว่าง 100g กับ 200g ดูออกจากการสัมผัสได้ไหม?
A: ได้ครับ 200g จะหนากว่า แน่นกว่า และแข็งแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ 100g จะบางเบากว่า คล้ายกระดาษหนา

Q: แผ่นใยสังเคราะห์ทนแดดทนฝนได้นานแค่ไหน?
A: เมื่อปูฝังอยู่ใต้ดินหรือมีวัสดุคลุมทับ สามารถอยู่ได้นานหลายสิบปี แต่หากโดนแสงแดดโดยตรงโดยไม่มีการปกคลุม อายุการใช้งานจะลดลงเนื่องจากรังสี UV

Q: ม้วนขนาด 4×100 เมตร ครอบคลุมพื้นที่เท่าไหร่?
A: ครอบคลุม 400 ตารางเมตรต่อม้วน (4 เมตร × 100 เมตร)

Q: สามารถใช้กับงานใต้น้ำได้ไหม?
A: ได้ครับ แต่ควรเพิ่มระยะซ้อนทาบเป็น 100 ซม. และพิจารณาใช้แบบ 200g ขึ้นไปเพื่อความทนทาน

Q: ตัดและเย็บเองได้ไหม?
A: ได้ครับ ใช้กรรไกรหรือมีดคัตเตอร์ตัดได้ง่าย และสามารถเย็บต่อทาบด้วยเครื่องเย็บมือสนามได้


สรุป: เลือก Geotextile ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก คุ้มกว่าในระยะยาว

การเลือกน้ำหนัก Geotextile ให้เหมาะกับงานไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยและอายุการใช้งานของโครงสร้างทั้งระบบ

  • ใช้ 100g สำหรับงานเบา งานสวน งานระบายน้ำทั่วไป และงานที่ต้องการประหยัดต้นทุน
  • ใช้ 200g สำหรับงานวิศวกรรมโยธา งานถนน งานชลประทาน หรืองานที่ต้องรับแรงกดสูง

KOH International พร้อมจำหน่ายแผ่นใยสังเคราะห์ Geotextile คุณภาพมาตรฐาน ทั้งแบบ 100g และ 200g ขนาด 4×100 เมตร สีขาว พร้อมส่งทั่วประเทศ สอบถามราคาและขอใบเสนอราคาได้ที่ทีมงานของเราได้เลยครับ


บทความโดย KOH International Co., Ltd. | บริษัท เค.โอ.เอช. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ Safety มาตรฐาน ISO 9001:2015


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้