แชร์

เลือกซื้อแบบเหล็ก นั่งร้าน แบบถนน อย่าดูแค่ราคา ต้องดูน้ำหนักและความหนาเหล็ก

อัพเดทล่าสุด: 22 ต.ค. 2026
17 ผู้เข้าชม
เลือกซื้อแบบเหล็กนั่งร้าน

เวลาเทียบราคาวัสดุเหล็ก ถ้าดูแค่ตัวเลขราคาต่อชิ้น มีโอกาสสูงที่จะได้ของแพงกว่าโดยไม่รู้ตัว เพราะสินค้าหน้าตาเหมือนกัน ขนาดเท่ากัน แต่ใช้เหล็กหนาไม่เท่ากัน น้ำหนักจึงต่างกัน และเนื้อเหล็กที่ได้ต่อเงินหนึ่งบาทก็ต่างกันตามไปด้วย

บทความนี้สรุปวิธีเทียบราคาแบบที่ช่างและฝ่ายจัดซื้อใช้กันจริง คือดู น้ำหนัก และ ความหนาเหล็ก ควบคู่กับราคา ครอบคลุมทั้งแบบเหล็กหล่อคอนกรีต นั่งร้าน และแบบถนน

สารบัญ

ทำไมของที่ดูถูก อาจแพงกว่า

วัสดุเหล็กทุกชนิดต้นทุนหลักคือ เนื้อเหล็ก ยิ่งใช้เหล็กหนา น้ำหนักยิ่งมาก ต้นทุนยิ่งสูง ผู้ขายที่ต้องการทำราคาให้ต่ำลงจึงมีทางเลือกไม่กี่ทาง และทางที่ง่ายที่สุดคือลดความหนาเหล็กลง

ปัญหาคือเมื่อวางคู่กัน ของหนา 1.4 มม. กับของหนา 1.8 มม. แทบดูไม่ออกด้วยตาเปล่า ทั้งขนาด สี และรูปทรงเหมือนกัน แต่

  • น้ำหนักต่างกันหลายกิโลกรัมต่อชุด
  • ความสามารถในการรับน้ำหนักต่างกันมาก
  • อายุการใช้งานต่างกัน ของบางกว่าจะบุบ งอ และล้มง่ายกว่าเมื่อใช้ซ้ำหลายรอบ

ถ้าซื้อของบางเพราะเห็นว่าราคาถูกกว่า แล้วใช้ได้ไม่กี่โครงการก็ต้องซื้อใหม่ ต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งานมักแพงกว่าการซื้อของหนาตั้งแต่แรก

4 ตัวเลขที่ต้องถามก่อนซื้อทุกครั้ง

  1. น้ำหนักต่อชิ้นหรือต่อชุด (กก.) เป็นตัวเลขที่โกหกยากที่สุด เพราะชั่งแล้วรู้ทันที
  2. ความหนาเหล็ก (มม.) ต้องถามให้ครบทุกส่วน ไม่ใช่เฉพาะส่วนที่หนาที่สุด
  3. ขนาดจริง กว้าง × ยาว × สูง เพราะบางเจ้าวัดรวมขอบ บางเจ้าวัดเฉพาะหน้างาน
  4. การเคลือบผิว ทาสีกันสนิม หรือชุบกัลวาไนซ์แบบจุ่มร้อน (HDG) ซึ่งอายุการใช้งานกลางแจ้งต่างกันมาก

ถ้าผู้ขายตอบตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ หรือตอบแบบเลี่ยงๆ ว่า "มาตรฐานเดียวกับท้องตลาด" ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน ผู้ผลิตที่มั่นใจในสินค้าจะระบุน้ำหนักและความหนาไว้ชัดเจน

วิธีคิดราคาต่อกิโลกรัม

สูตรง่ายมาก

ราคาต่อกิโลกรัม = ราคาสินค้า ÷ น้ำหนักสินค้า

ตัวอย่างสมมติ เปรียบเทียบนั่งร้านครบชุดขนาดเดียวกันจากผู้ขาย 2 ราย

รายการ ผู้ขาย ก ผู้ขาย ข
ราคาต่อชุด 1,250 บาท 1,450 บาท
น้ำหนักต่อชุด 28 กก. 36 กก.
ราคาต่อกิโลกรัม 44.6 บาท 40.3 บาท

ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีคิดเท่านั้น

มองเผินๆ ผู้ขาย ก ถูกกว่า 200 บาท แต่พอคิดเป็นราคาต่อกิโลกรัมแล้ว ผู้ขาย ข ถูกกว่า และยังได้เหล็กมากกว่าอีก 8 กิโลกรัมต่อชุด ซึ่งหมายถึงโครงสร้างที่แข็งแรงกว่าและใช้งานได้นานกว่า

วิธีนี้ใช้ได้กับทุกอย่างที่ขายเป็นชิ้น ทั้งแบบเหล็ก แบบถนน ขาตั้งนั่งร้าน ท่อ และอุปกรณ์เสริม ข้อแม้เดียวคือต้องเทียบ ของขนาดเดียวกัน เท่านั้น

นั่งร้าน ความหนาต่างกันนิดเดียว ผลต่างกันมาก

นั่งร้านโครงเหล็กที่ขายในไทยมีความหนาท่อตั้งแต่ประมาณ 1.4 ถึง 2.0 มิลลิเมตร ต่างกันไม่ถึงครึ่งมิลลิเมตร แต่ส่งผลทั้งน้ำหนักและการรับน้ำหนัก ตัวอย่างสินค้าที่ขายกันในตลาดสำหรับนั่งร้านชุด 1.70 เมตร

ความหนาท่อขาตั้ง น้ำหนักต่อชุด การรับน้ำหนักที่ผู้ขายระบุ
1.4 มม. ไม่ระบุ 250 กก. ต่อชั้น ซ้อนได้ไม่เกิน 3 ชั้น
1.5 มม. 33.5 กก. สูงสุด 4,800 กก.
1.7 มม. 33 กก. สูงสุด 10,000 กก.
1.8 มม. 35.5 กก. 700 กก. ต่อชั้น ซ้อนได้ไม่เกิน 6 ชั้น
2.0 มม. 36.96 กก. ขึ้นอยู่กับรุ่นและผู้ผลิต

ข้อมูลจากหน้าสินค้าที่ขายจริงในไทย ตรวจสอบเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 ไม่ระบุชื่อผู้ขาย

อ่านตัวเลขรับน้ำหนักให้เป็น

สังเกตว่าแต่ละเจ้าบอกหน่วยไม่เหมือนกัน บางเจ้าบอกเป็น "กิโลกรัมต่อชั้น" บางเจ้าบอกเป็น "กิโลกรัมต่อชุด" และบางเจ้าบอกเป็น "ตันต่อขา" ตัวเลขเหล่านี้เอามาเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ เวลาสอบถามจึงควรถามให้ชัดว่าเป็นค่าต่ออะไร วัดด้วยวิธีไหน และมีผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการหรือไม่

ชิ้นส่วนที่คนมักลืมเช็ก

นั่งร้าน 1 ชุดไม่ได้มีแค่ขาตั้ง ส่วนอื่นก็มีความหนาต่างกันได้ และเป็นจุดที่ผู้ขายลดต้นทุนได้ง่ายเพราะลูกค้าไม่ค่อยถาม

ถ้าซื้อเป็นชุด ควรขอรายการแยกว่าแต่ละชิ้นหนาเท่าไรและหนักเท่าไร ไม่ใช่ดูแค่ราคารวมของทั้งชุด

ขอผลทดสอบถ้าเป็นงานที่ต้องส่งเอกสาร

งานโครงการหรืองานที่มีผู้ควบคุมงานมักขอเอกสารประกอบ สินค้าบางรายการมีผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการอิสระ เช่น แผ่นทางเดินเหล็ก (Steel Plank) ที่ทดสอบโดยอ้างอิงมาตรฐาน EN 12811-1 ระดับ Load Class 3 และข้อต่อนั่งร้านที่ทดสอบตามมาตรฐาน EN 74-1 Class A ควรขอเอกสารเฉพาะรายการที่ต้องใช้จริง และอ่านให้ชัดว่าผลทดสอบครอบคลุมชิ้นส่วนใดบ้าง

แบบเหล็กหล่อคอนกรีต อ่านรหัสให้เป็น

แบบเหล็ก 1 แผ่นประกอบด้วยเหล็ก 3 ส่วน และแต่ละส่วนใช้ความหนาไม่เท่ากัน

  • แผ่น คือผิวหน้าที่สัมผัสคอนกรีตโดยตรง มีผลกับความเรียบของผิวงาน
  • กระดูก คือเหล็กเสริมด้านหลัง ทำหน้าที่กันแผ่นโก่งเมื่อรับแรงดันคอนกรีตสด
  • ขอบ คือกรอบรอบแผ่นที่มีรูสำหรับยึดต่อกัน เป็นส่วนที่รับแรงกระแทกมากที่สุดตอนขนย้ายและถอดแบบ

ผู้ผลิตที่ให้ข้อมูลตรงไปตรงมาจะเขียนความหนาทั้งสามส่วนไว้ในชื่อสินค้าเลย เช่น

แบบเหล็ก 600×1200 (แผ่น 1.2 × กระดูก 1.2 × ขอบ 2) นน. 12.5±

อ่านได้ว่า แผ่นหนา 1.2 มม. กระดูกหนา 1.2 มม. ขอบหนา 2 มม. น้ำหนักประมาณ 12.5 กิโลกรัม ถ้าเจอสินค้าที่บอกแค่ "แบบเหล็ก 600×1200" เฉยๆ ให้ถามต่อทันทีว่าทั้งสามส่วนหนาเท่าไร

น้ำหนักอ้างอิงตามขนาด

สำหรับแบบเหล็กสเปก แผ่น 1.2 × กระดูก 1.2 × ขอบ 2 มม. ยาว 1200 มม. น้ำหนักจะไล่ตามความกว้างดังนี้

ขนาด (มม.) น้ำหนักโดยประมาณ
200 × 1200 5.3 กก.
300 × 1200 6.5 กก.
400 × 1200 8.2 กก.
500 × 1200 10.5 กก.
600 × 1200 12.5 กก.

ใช้ตารางนี้เป็นเกณฑ์คร่าวๆ ได้ ถ้าเจอแบบเหล็กขนาดเดียวกันแต่เบากว่านี้อย่างมีนัยสำคัญ แปลว่าใช้เหล็กบางกว่า หรือใส่กระดูกน้อยกว่า

อย่าลืมนับจำนวนกระดูก

สินค้าที่ความหนาเท่ากันแต่ใส่กระดูกน้อยกว่า จะเบากว่าและถูกกว่า แต่แผ่นจะโก่งง่ายกว่าเมื่อเทคอนกรีต ตอนเทียบราคาจึงควรดูทั้งความหนา จำนวนกระดูก และน้ำหนักรวมไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ความหนาของแบบเหล็กยังสั่งผลิตได้หลายระดับ ตั้งแต่ 1.2 มม. ซึ่งเป็นความหนาทั่วไป ไปจนถึง 1.4, 1.5, 2 และ 3 มม. สำหรับงานที่ใช้ซ้ำบ่อยหรือรับแรงมาก

แบบถนน ทำไมต้องหนากว่าแบบทั่วไป

แบบถนนใช้เป็นแนวกั้นข้างตอนเทคอนกรีตถนนหรือพื้นขนาดใหญ่ ต้องรับแรงดันด้านข้างตลอดความยาว โดนเครื่องจักรเบียด และถูกถอดย้ายบ่อย สเปกเหล็กจึงหนากว่าแบบหล่อทั่วไปอย่างชัดเจน

ตัวอย่างสเปกแบบถนนที่ใช้กันคือ (2 × 3 × 3) หมายถึงแผ่นหนา 2 มม. กระดูกหนา 3 มม. และขอบหนา 3 มม. ซึ่งหนากว่าแบบหล่อคอนกรีตทั่วไปเกือบเท่าตัว

รุ่น ขนาด (มม.) น้ำหนักโดยประมาณ
แบบถนน ไม่มีบัว 150 × 200 × 3000 29.5 กก.
แบบถนน มีบัว 150 × 200 × 3000 34.5 กก.

ส่วนต่างน้ำหนัก 5 กิโลกรัมคือเนื้อเหล็กของบัวที่เพิ่มเข้ามา ไม่ใช่ตัวเลขที่ต่างกันเพราะวัดคนละวิธี ตรงนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าทำไมต้องถามน้ำหนักควบคู่กับรุ่น เพราะชื่อสินค้าเกือบเหมือนกันแต่เนื้อเหล็กไม่เท่ากัน

เช็กลิสต์ก่อนสั่งซื้อและตอนรับของ

ก่อนสั่งซื้อ

  1. ขอสเปกเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุความหนาทุกส่วนและน้ำหนักต่อชิ้นหรือต่อชุด
  2. คำนวณราคาต่อกิโลกรัมของทุกเจ้าที่เสนอราคา แล้วค่อยเทียบ
  3. ถามว่าเป็นเหล็กใหม่หรือเหล็กรีไซเคิล ทาสีหรือชุบกัลวาไนซ์
  4. ถ้าเป็นงานโครงการ ขอผลทดสอบของรายการที่ต้องใช้เอกสารประกอบ

ตอนรับของ

  1. ชั่งน้ำหนักจริง สุ่มมาสัก 2-3 ชิ้น เทียบกับตัวเลขที่ตกลงกันไว้ ถ้าเบากว่าเกินค่าความคลาดเคลื่อนที่ระบุ ให้สอบถามทันที
  2. วัดความหนาด้วยเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ ที่ปลายท่อหรือขอบแผ่น เป็นจุดที่วัดได้ตรงที่สุด
  3. ดูรอยเชื่อม ต้องต่อเนื่อง ไม่มีรูพรุน ไม่มีรอยเชื่อมขาดช่วง โดยเฉพาะจุดต่อระหว่างท่อกับท่อ และระหว่างกระดูกกับแผ่น
  4. ตรวจความตรงและความได้ฉาก วางซ้อนกันแล้วดูว่าแนบสนิทหรือมีชิ้นที่บิดงอ

คำถามที่พบบ่อย

นั่งร้าน 1 ชุดหนักกี่กิโล

นั่งร้านชุด 1.70 เมตรที่ขายในตลาดส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 3037 กิโลกรัมต่อชุด ขึ้นอยู่กับความหนาเหล็กเป็นหลัก เช่น รุ่นหนา 1.7 มม. ประมาณ 33 กิโลกรัม และรุ่นหนา 2.0 มม. ประมาณ 36.96 กิโลกรัม ถ้าเจอชุดที่เบากว่านี้มาก ให้ตรวจสอบความหนาก่อนตัดสินใจ

แบบเหล็ก 600×1200 น้ำหนักเท่าไร

สเปกทั่วไปที่แผ่น 1.2 × กระดูก 1.2 × ขอบ 2 มม. จะหนักประมาณ 12.5 กิโลกรัมต่อแผ่น ถ้าความหนาหรือจำนวนกระดูกต่างออกไป น้ำหนักก็จะเปลี่ยน

นั่งร้านหนา 1.4 มม. กับ 1.8 มม. ต่างกันแค่ไหน

ต่างกันมากกว่าที่คิด จากข้อมูลสินค้าที่ขายจริง รุ่นหนา 1.4 มม. ระบุรับน้ำหนัก 250 กิโลกรัมต่อชั้นและซ้อนได้ไม่เกิน 3 ชั้น ขณะที่รุ่นหนา 1.8 มม. ระบุ 700 กิโลกรัมต่อชั้นและซ้อนได้ถึง 6 ชั้น งานก่อสร้างที่ต้องรับน้ำหนักคนและวัสดุจึงไม่ควรใช้รุ่นที่บางเกินไป

วัดความหนาเหล็กเองได้อย่างไร

ใช้เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์คีบที่ปลายท่อหรือขอบแผ่นเหล็ก อ่านค่าเป็นมิลลิเมตร ข้อควรระวังคือความหนาที่วัดได้จะรวมชั้นสีด้วยเล็กน้อย และควรวัดหลายจุดแล้วเทียบกัน เพราะบางชิ้นความหนาไม่สม่ำเสมอ

ซื้อของหนาที่สุดไว้ก่อนดีไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ควรเลือกตามลักษณะงาน งานที่ใช้ซ้ำบ่อย รับแรงมาก หรืออยู่กลางแจ้งนาน ควรใช้ของหนา ส่วนงานเบาที่ใช้ไม่กี่ครั้ง ของความหนามาตรฐานก็เพียงพอ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่ากำลังซื้อของหนาเท่าไรอยู่ ไม่ใช่ซื้อโดยไม่รู้

ทำไมผู้ขายบางรายไม่ยอมบอกน้ำหนัก

ส่วนใหญ่เป็นเพราะสินค้าเบากว่าคู่แข่ง หรือรับของมาขายต่อโดยไม่มีข้อมูลจากโรงงาน ผู้ผลิตที่ควบคุมสเปกเองจะมีตัวเลขน้ำหนักและความหนาพร้อมให้เสมอ

เลือกซื้อวัสดุที่ระบุน้ำหนักและความหนาชัดเจนจาก KOH

KOH เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายโดยตรง ระบุความหนาและน้ำหนักไว้ในชื่อสินค้า ตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจ

สอบถามสเปก ขอน้ำหนักรายชิ้น และขอใบเสนอราคา โทร 02-599-3389 | อีเมล onlinemarket@kohinter.com | LINE: @kohinter


บทความที่เกี่ยวข้อง
5 ขั้นตอนสำคัญในการตรวจสอบความปลอดภัยของงานก่อสร้างตึกสูง
ความปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในงานก่อสร้าง โดยเฉพาะในโครงการก่อสร้างตึกสูงที่มีความเสี่ยงสูง หากไม่มีการตรวจสอบและจัดการความปลอดภัยอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน บทความนี้จะอธิบาย 5 ขั้นตอนสำคัญในการตรวจสอบความปลอดภัยของงานก่อสร้างตึกสูง เพื่อช่วยให้ผู้รับเหมาและทีมงานมั่นใจได้ว่าโครงการดำเนินการอย่างปลอดภัย
23 ธ.ค. 2024
การใช้นั่งร้านในโครงการที่ไม่ใช่ก่อสร้าง
นั่งร้านถือเป็นอุปกรณ์สำคัญในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง แต่การใช้งานของมันไม่จำกัดเพียงแค่ในวงการก่อสร้างเท่านั้น มีโครงการหลายประเภทที่ไม่ใช่การก่อสร้างซึ่งได้นำนั่งร้านมาใช้เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน บทความนี้จะสำรวจการใช้งานนั่งร้านในโครงการต่างๆ ที่ไม่ใช่การก่อสร้าง
26 ก.พ. 2024
รอยแตกร้าวผนัง
รอยร้าวผนังเรื่องใหญ่! บทความนี้ช่วยคุณเช็กอาการ รู้สาเหตุ และหาวิธีซ่อมแซม ป้องกันปัญหาโครงสร้างที่อาจตามมา ให้บ้านสวย ปลอดภัย!
6 เม.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้