เลือกซื้อแบบเหล็ก นั่งร้าน แบบถนน อย่าดูแค่ราคา ต้องดูน้ำหนักและความหนาเหล็ก

เวลาเทียบราคาวัสดุเหล็ก ถ้าดูแค่ตัวเลขราคาต่อชิ้น มีโอกาสสูงที่จะได้ของแพงกว่าโดยไม่รู้ตัว เพราะสินค้าหน้าตาเหมือนกัน ขนาดเท่ากัน แต่ใช้เหล็กหนาไม่เท่ากัน น้ำหนักจึงต่างกัน และเนื้อเหล็กที่ได้ต่อเงินหนึ่งบาทก็ต่างกันตามไปด้วย
บทความนี้สรุปวิธีเทียบราคาแบบที่ช่างและฝ่ายจัดซื้อใช้กันจริง คือดู น้ำหนัก และ ความหนาเหล็ก ควบคู่กับราคา ครอบคลุมทั้งแบบเหล็กหล่อคอนกรีต นั่งร้าน และแบบถนน
สารบัญ
- ทำไมของที่ดูถูก อาจแพงกว่า
- 4 ตัวเลขที่ต้องถามก่อนซื้อทุกครั้ง
- วิธีคิดราคาต่อกิโลกรัม
- นั่งร้าน ความหนาต่างกันนิดเดียว ผลต่างกันมาก
- แบบเหล็กหล่อคอนกรีต อ่านรหัสให้เป็น
- แบบถนน ทำไมต้องหนากว่าแบบทั่วไป
- เช็กลิสต์ก่อนสั่งซื้อและตอนรับของ
- คำถามที่พบบ่อย
ทำไมของที่ดูถูก อาจแพงกว่า
วัสดุเหล็กทุกชนิดต้นทุนหลักคือ เนื้อเหล็ก ยิ่งใช้เหล็กหนา น้ำหนักยิ่งมาก ต้นทุนยิ่งสูง ผู้ขายที่ต้องการทำราคาให้ต่ำลงจึงมีทางเลือกไม่กี่ทาง และทางที่ง่ายที่สุดคือลดความหนาเหล็กลง
ปัญหาคือเมื่อวางคู่กัน ของหนา 1.4 มม. กับของหนา 1.8 มม. แทบดูไม่ออกด้วยตาเปล่า ทั้งขนาด สี และรูปทรงเหมือนกัน แต่
- น้ำหนักต่างกันหลายกิโลกรัมต่อชุด
- ความสามารถในการรับน้ำหนักต่างกันมาก
- อายุการใช้งานต่างกัน ของบางกว่าจะบุบ งอ และล้มง่ายกว่าเมื่อใช้ซ้ำหลายรอบ
ถ้าซื้อของบางเพราะเห็นว่าราคาถูกกว่า แล้วใช้ได้ไม่กี่โครงการก็ต้องซื้อใหม่ ต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งานมักแพงกว่าการซื้อของหนาตั้งแต่แรก
4 ตัวเลขที่ต้องถามก่อนซื้อทุกครั้ง
- น้ำหนักต่อชิ้นหรือต่อชุด (กก.) เป็นตัวเลขที่โกหกยากที่สุด เพราะชั่งแล้วรู้ทันที
- ความหนาเหล็ก (มม.) ต้องถามให้ครบทุกส่วน ไม่ใช่เฉพาะส่วนที่หนาที่สุด
- ขนาดจริง กว้าง × ยาว × สูง เพราะบางเจ้าวัดรวมขอบ บางเจ้าวัดเฉพาะหน้างาน
- การเคลือบผิว ทาสีกันสนิม หรือชุบกัลวาไนซ์แบบจุ่มร้อน (HDG) ซึ่งอายุการใช้งานกลางแจ้งต่างกันมาก
ถ้าผู้ขายตอบตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ หรือตอบแบบเลี่ยงๆ ว่า "มาตรฐานเดียวกับท้องตลาด" ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน ผู้ผลิตที่มั่นใจในสินค้าจะระบุน้ำหนักและความหนาไว้ชัดเจน
วิธีคิดราคาต่อกิโลกรัม
สูตรง่ายมาก
ราคาต่อกิโลกรัม = ราคาสินค้า ÷ น้ำหนักสินค้า
ตัวอย่างสมมติ เปรียบเทียบนั่งร้านครบชุดขนาดเดียวกันจากผู้ขาย 2 ราย
| รายการ | ผู้ขาย ก | ผู้ขาย ข |
|---|---|---|
| ราคาต่อชุด | 1,250 บาท | 1,450 บาท |
| น้ำหนักต่อชุด | 28 กก. | 36 กก. |
| ราคาต่อกิโลกรัม | 44.6 บาท | 40.3 บาท |
ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีคิดเท่านั้น
มองเผินๆ ผู้ขาย ก ถูกกว่า 200 บาท แต่พอคิดเป็นราคาต่อกิโลกรัมแล้ว ผู้ขาย ข ถูกกว่า และยังได้เหล็กมากกว่าอีก 8 กิโลกรัมต่อชุด ซึ่งหมายถึงโครงสร้างที่แข็งแรงกว่าและใช้งานได้นานกว่า
วิธีนี้ใช้ได้กับทุกอย่างที่ขายเป็นชิ้น ทั้งแบบเหล็ก แบบถนน ขาตั้งนั่งร้าน ท่อ และอุปกรณ์เสริม ข้อแม้เดียวคือต้องเทียบ ของขนาดเดียวกัน เท่านั้น
นั่งร้าน ความหนาต่างกันนิดเดียว ผลต่างกันมาก

นั่งร้านโครงเหล็กที่ขายในไทยมีความหนาท่อตั้งแต่ประมาณ 1.4 ถึง 2.0 มิลลิเมตร ต่างกันไม่ถึงครึ่งมิลลิเมตร แต่ส่งผลทั้งน้ำหนักและการรับน้ำหนัก ตัวอย่างสินค้าที่ขายกันในตลาดสำหรับนั่งร้านชุด 1.70 เมตร
| ความหนาท่อขาตั้ง | น้ำหนักต่อชุด | การรับน้ำหนักที่ผู้ขายระบุ |
|---|---|---|
| 1.4 มม. | ไม่ระบุ | 250 กก. ต่อชั้น ซ้อนได้ไม่เกิน 3 ชั้น |
| 1.5 มม. | 33.5 กก. | สูงสุด 4,800 กก. |
| 1.7 มม. | 33 กก. | สูงสุด 10,000 กก. |
| 1.8 มม. | 35.5 กก. | 700 กก. ต่อชั้น ซ้อนได้ไม่เกิน 6 ชั้น |
| 2.0 มม. | 36.96 กก. | ขึ้นอยู่กับรุ่นและผู้ผลิต |
ข้อมูลจากหน้าสินค้าที่ขายจริงในไทย ตรวจสอบเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 ไม่ระบุชื่อผู้ขาย
อ่านตัวเลขรับน้ำหนักให้เป็น
สังเกตว่าแต่ละเจ้าบอกหน่วยไม่เหมือนกัน บางเจ้าบอกเป็น "กิโลกรัมต่อชั้น" บางเจ้าบอกเป็น "กิโลกรัมต่อชุด" และบางเจ้าบอกเป็น "ตันต่อขา" ตัวเลขเหล่านี้เอามาเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ เวลาสอบถามจึงควรถามให้ชัดว่าเป็นค่าต่ออะไร วัดด้วยวิธีไหน และมีผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการหรือไม่
ชิ้นส่วนที่คนมักลืมเช็ก
นั่งร้าน 1 ชุดไม่ได้มีแค่ขาตั้ง ส่วนอื่นก็มีความหนาต่างกันได้ และเป็นจุดที่ผู้ขายลดต้นทุนได้ง่ายเพราะลูกค้าไม่ค่อยถาม
- กากบาทนั่งร้าน ในตลาดมีทั้งหนา 1.2 และ 1.5 มม.
- แผ่นทางเดินนั่งร้าน ความหนาเหล็กและแบบของแผ่น (แบบกล่องหรือแบบ Flat Bar) มีผลกับการรับน้ำหนักโดยตรง อ่านเพิ่มที่ แผ่นทางเดิน 450 แบบ Box กับแบบ Flat Bar ต่างกันอย่างไร
- ข้อต่อนั่งร้าน และ ฝาครอบนั่งร้าน ชิ้นเล็กแต่เป็นจุดรับแรงต่อระหว่างขาตั้ง
- ท่อนั่งร้านระบบ BS1139 ก็มีหลายความหนา เช่น 3.2 มม. และ 4.0 มม. ซึ่งราคาและน้ำหนักต่างกัน
ถ้าซื้อเป็นชุด ควรขอรายการแยกว่าแต่ละชิ้นหนาเท่าไรและหนักเท่าไร ไม่ใช่ดูแค่ราคารวมของทั้งชุด
ขอผลทดสอบถ้าเป็นงานที่ต้องส่งเอกสาร
งานโครงการหรืองานที่มีผู้ควบคุมงานมักขอเอกสารประกอบ สินค้าบางรายการมีผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการอิสระ เช่น แผ่นทางเดินเหล็ก (Steel Plank) ที่ทดสอบโดยอ้างอิงมาตรฐาน EN 12811-1 ระดับ Load Class 3 และข้อต่อนั่งร้านที่ทดสอบตามมาตรฐาน EN 74-1 Class A ควรขอเอกสารเฉพาะรายการที่ต้องใช้จริง และอ่านให้ชัดว่าผลทดสอบครอบคลุมชิ้นส่วนใดบ้าง
แบบเหล็กหล่อคอนกรีต อ่านรหัสให้เป็น

แบบเหล็ก 1 แผ่นประกอบด้วยเหล็ก 3 ส่วน และแต่ละส่วนใช้ความหนาไม่เท่ากัน
- แผ่น คือผิวหน้าที่สัมผัสคอนกรีตโดยตรง มีผลกับความเรียบของผิวงาน
- กระดูก คือเหล็กเสริมด้านหลัง ทำหน้าที่กันแผ่นโก่งเมื่อรับแรงดันคอนกรีตสด
- ขอบ คือกรอบรอบแผ่นที่มีรูสำหรับยึดต่อกัน เป็นส่วนที่รับแรงกระแทกมากที่สุดตอนขนย้ายและถอดแบบ
ผู้ผลิตที่ให้ข้อมูลตรงไปตรงมาจะเขียนความหนาทั้งสามส่วนไว้ในชื่อสินค้าเลย เช่น
แบบเหล็ก 600×1200 (แผ่น 1.2 × กระดูก 1.2 × ขอบ 2) นน. 12.5±
อ่านได้ว่า แผ่นหนา 1.2 มม. กระดูกหนา 1.2 มม. ขอบหนา 2 มม. น้ำหนักประมาณ 12.5 กิโลกรัม ถ้าเจอสินค้าที่บอกแค่ "แบบเหล็ก 600×1200" เฉยๆ ให้ถามต่อทันทีว่าทั้งสามส่วนหนาเท่าไร
น้ำหนักอ้างอิงตามขนาด
สำหรับแบบเหล็กสเปก แผ่น 1.2 × กระดูก 1.2 × ขอบ 2 มม. ยาว 1200 มม. น้ำหนักจะไล่ตามความกว้างดังนี้
| ขนาด (มม.) | น้ำหนักโดยประมาณ |
|---|---|
| 200 × 1200 | 5.3 กก. |
| 300 × 1200 | 6.5 กก. |
| 400 × 1200 | 8.2 กก. |
| 500 × 1200 | 10.5 กก. |
| 600 × 1200 | 12.5 กก. |
ใช้ตารางนี้เป็นเกณฑ์คร่าวๆ ได้ ถ้าเจอแบบเหล็กขนาดเดียวกันแต่เบากว่านี้อย่างมีนัยสำคัญ แปลว่าใช้เหล็กบางกว่า หรือใส่กระดูกน้อยกว่า
อย่าลืมนับจำนวนกระดูก
สินค้าที่ความหนาเท่ากันแต่ใส่กระดูกน้อยกว่า จะเบากว่าและถูกกว่า แต่แผ่นจะโก่งง่ายกว่าเมื่อเทคอนกรีต ตอนเทียบราคาจึงควรดูทั้งความหนา จำนวนกระดูก และน้ำหนักรวมไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ความหนาของแบบเหล็กยังสั่งผลิตได้หลายระดับ ตั้งแต่ 1.2 มม. ซึ่งเป็นความหนาทั่วไป ไปจนถึง 1.4, 1.5, 2 และ 3 มม. สำหรับงานที่ใช้ซ้ำบ่อยหรือรับแรงมาก

แบบถนน ทำไมต้องหนากว่าแบบทั่วไป
แบบถนนใช้เป็นแนวกั้นข้างตอนเทคอนกรีตถนนหรือพื้นขนาดใหญ่ ต้องรับแรงดันด้านข้างตลอดความยาว โดนเครื่องจักรเบียด และถูกถอดย้ายบ่อย สเปกเหล็กจึงหนากว่าแบบหล่อทั่วไปอย่างชัดเจน
ตัวอย่างสเปกแบบถนนที่ใช้กันคือ (2 × 3 × 3) หมายถึงแผ่นหนา 2 มม. กระดูกหนา 3 มม. และขอบหนา 3 มม. ซึ่งหนากว่าแบบหล่อคอนกรีตทั่วไปเกือบเท่าตัว
| รุ่น | ขนาด (มม.) | น้ำหนักโดยประมาณ |
|---|---|---|
| แบบถนน ไม่มีบัว | 150 × 200 × 3000 | 29.5 กก. |
| แบบถนน มีบัว | 150 × 200 × 3000 | 34.5 กก. |
ส่วนต่างน้ำหนัก 5 กิโลกรัมคือเนื้อเหล็กของบัวที่เพิ่มเข้ามา ไม่ใช่ตัวเลขที่ต่างกันเพราะวัดคนละวิธี ตรงนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าทำไมต้องถามน้ำหนักควบคู่กับรุ่น เพราะชื่อสินค้าเกือบเหมือนกันแต่เนื้อเหล็กไม่เท่ากัน
เช็กลิสต์ก่อนสั่งซื้อและตอนรับของ

ก่อนสั่งซื้อ
- ขอสเปกเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุความหนาทุกส่วนและน้ำหนักต่อชิ้นหรือต่อชุด
- คำนวณราคาต่อกิโลกรัมของทุกเจ้าที่เสนอราคา แล้วค่อยเทียบ
- ถามว่าเป็นเหล็กใหม่หรือเหล็กรีไซเคิล ทาสีหรือชุบกัลวาไนซ์
- ถ้าเป็นงานโครงการ ขอผลทดสอบของรายการที่ต้องใช้เอกสารประกอบ
ตอนรับของ
- ชั่งน้ำหนักจริง สุ่มมาสัก 2-3 ชิ้น เทียบกับตัวเลขที่ตกลงกันไว้ ถ้าเบากว่าเกินค่าความคลาดเคลื่อนที่ระบุ ให้สอบถามทันที
- วัดความหนาด้วยเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ ที่ปลายท่อหรือขอบแผ่น เป็นจุดที่วัดได้ตรงที่สุด
- ดูรอยเชื่อม ต้องต่อเนื่อง ไม่มีรูพรุน ไม่มีรอยเชื่อมขาดช่วง โดยเฉพาะจุดต่อระหว่างท่อกับท่อ และระหว่างกระดูกกับแผ่น
- ตรวจความตรงและความได้ฉาก วางซ้อนกันแล้วดูว่าแนบสนิทหรือมีชิ้นที่บิดงอ
คำถามที่พบบ่อย
นั่งร้าน 1 ชุดหนักกี่กิโล
นั่งร้านชุด 1.70 เมตรที่ขายในตลาดส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 3037 กิโลกรัมต่อชุด ขึ้นอยู่กับความหนาเหล็กเป็นหลัก เช่น รุ่นหนา 1.7 มม. ประมาณ 33 กิโลกรัม และรุ่นหนา 2.0 มม. ประมาณ 36.96 กิโลกรัม ถ้าเจอชุดที่เบากว่านี้มาก ให้ตรวจสอบความหนาก่อนตัดสินใจ
แบบเหล็ก 600×1200 น้ำหนักเท่าไร
สเปกทั่วไปที่แผ่น 1.2 × กระดูก 1.2 × ขอบ 2 มม. จะหนักประมาณ 12.5 กิโลกรัมต่อแผ่น ถ้าความหนาหรือจำนวนกระดูกต่างออกไป น้ำหนักก็จะเปลี่ยน
นั่งร้านหนา 1.4 มม. กับ 1.8 มม. ต่างกันแค่ไหน
ต่างกันมากกว่าที่คิด จากข้อมูลสินค้าที่ขายจริง รุ่นหนา 1.4 มม. ระบุรับน้ำหนัก 250 กิโลกรัมต่อชั้นและซ้อนได้ไม่เกิน 3 ชั้น ขณะที่รุ่นหนา 1.8 มม. ระบุ 700 กิโลกรัมต่อชั้นและซ้อนได้ถึง 6 ชั้น งานก่อสร้างที่ต้องรับน้ำหนักคนและวัสดุจึงไม่ควรใช้รุ่นที่บางเกินไป
วัดความหนาเหล็กเองได้อย่างไร
ใช้เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์คีบที่ปลายท่อหรือขอบแผ่นเหล็ก อ่านค่าเป็นมิลลิเมตร ข้อควรระวังคือความหนาที่วัดได้จะรวมชั้นสีด้วยเล็กน้อย และควรวัดหลายจุดแล้วเทียบกัน เพราะบางชิ้นความหนาไม่สม่ำเสมอ
ซื้อของหนาที่สุดไว้ก่อนดีไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ควรเลือกตามลักษณะงาน งานที่ใช้ซ้ำบ่อย รับแรงมาก หรืออยู่กลางแจ้งนาน ควรใช้ของหนา ส่วนงานเบาที่ใช้ไม่กี่ครั้ง ของความหนามาตรฐานก็เพียงพอ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่ากำลังซื้อของหนาเท่าไรอยู่ ไม่ใช่ซื้อโดยไม่รู้
ทำไมผู้ขายบางรายไม่ยอมบอกน้ำหนัก
ส่วนใหญ่เป็นเพราะสินค้าเบากว่าคู่แข่ง หรือรับของมาขายต่อโดยไม่มีข้อมูลจากโรงงาน ผู้ผลิตที่ควบคุมสเปกเองจะมีตัวเลขน้ำหนักและความหนาพร้อมให้เสมอ
เลือกซื้อวัสดุที่ระบุน้ำหนักและความหนาชัดเจนจาก KOH
KOH เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายโดยตรง ระบุความหนาและน้ำหนักไว้ในชื่อสินค้า ตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจ
- แบบเหล็กหล่อคอนกรีตและอุปกรณ์ และ แบบถนน
- นั่งร้าน JIS | นั่งร้าน BS1139 | นั่งร้าน Ring Lock
- อ่านเพิ่มเติม ทำความรู้จักขาตั้งนั่งร้าน และ คู่มือติดตั้งขาตั้งนั่งร้าน ฉบับวิศวกรรม
สอบถามสเปก ขอน้ำหนักรายชิ้น และขอใบเสนอราคา โทร 02-599-3389 | อีเมล onlinemarket@kohinter.com | LINE: @kohinter


