แชร์

การแบ่งระดับความเสียหายของโครงสร้างอาคารหลังเกิดแผ่นดินไหว | KOH

อัพเดทล่าสุด: 31 มี.ค. 2025
5109 ผู้เข้าชม

การเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ชุมชนเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายอย่างกว้างขวางต่อโครงสร้างอาคาร อาคารเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการประเมินสภาพในเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะกำหนดความปลอดภัยในการกลับเข้าใช้งาน หรือวางแผนการจัดการพื้นที่ และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที กระบวนการสำรวจความเสียหายขั้นต้นนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เนื่องจากจำนวนอาคารที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวในแต่ละครั้งมีเป็นจำนวนมาก การสำรวจทั้งหมดในเวลาอันจำกัดจึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย ประกอบกับการที่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างมีจำนวนจำกัด การมีบุคลากรที่มีความรู้พื้นฐานด้านช่าง หรือวิศวกรจากสาขาอื่น ๆ เข้ามาช่วยในการสำรวจ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การประเมินความเสียหายขั้นต้นครอบคลุมอาคารทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่ในการกำกับดูแลความปลอดภัยของอาคาร ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่มีอาคารเสียหายจำนวนมากจากแผ่นดินไหว จึงได้จัดทำแบบสำรวจความเสียหายขั้นต้น และคู่มือการสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคาร เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างเป็นระบบ

หลักการของการแบ่งระดับความเสียหายขั้นต้น

การแบ่งระดับความเสียหายขั้นต้นของอาคารหลังแผ่นดินไหว เป็นการจัดหมวดหมู่ความเสียหายของอาคารออกเป็น 3 ระดับหลัก เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าใจสถานการณ์ความปลอดภัยของอาคารได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน แต่ละระดับจะถูกกำหนดด้วยสีที่แตกต่างกันบนป้ายประกาศ ซึ่งช่วยในการสื่อสารสถานะของอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความเสียหาย ข้อจำกัดในการใช้งานอาคาร ป้ายประกาศฯ
ไม่เสียหาย/เสียหายเล็กน้อย ใช้งานอาคารได้ตามปกติ สีเขียว
เสียหายปานกลาง ใช้งานอาคารได้ต่อไป (บางส่วนหรือทั้งหมด) และควรตรวจสอบละเอียด สีเหลือง
เสียหายหนัก/อาจพังถล่มได้ ห้ามใช้งานอาคาร สีแดง

การแบ่งระดับความเสียหายนี้ มีหลักการสำคัญเพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมินอาคารแต่ละหลัง ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป

หลักเกณฑ์การพิจารณาระดับความเสียหายขั้นต้นของอาคาร

การพิจารณาระดับความเสียหายของอาคารแต่ละหลัง มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้สำรวจสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกัน หลักเกณฑ์เหล่านี้ครอบคลุมถึงลักษณะของความเสียหายที่พบเห็น และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความปลอดภัยของอาคาร

อาคารไม่มีความเสียหายหรือเสียหายเล็กน้อย (สีเขียว)

อาคารที่อยู่ในระดับนี้ จะถูกพิจารณาว่ายังคงมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับการใช้งานตามปกติ อาคารควรมีคุณสมบัติดังนี้

  • ความสามารถในการรับแรงในแนวดิ่งและแนวข้างไม่ลดลง
  • ไม่มีอันตรายจากการร่วงหล่นของเศษวัสดุ
  • ไม่มีการสูญเสียเสถียรภาพของพื้นดินบริเวณที่ตั้งอาคาร
  • ทางเข้าออกหลักของอาคารสามารถใช้งานได้
  • ไม่พบความเสียหายของระบบท่อน้ำทิ้งที่อาจก่อให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • ไม่พบสภาพอื่นๆ ที่อาจไม่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ความเสียหายเล็กน้อยที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสาธารณะ ก็อาจรวมอยู่ในระดับนี้ได้ เช่น รอยแตกร้าวที่ผิวนอกของชิ้นส่วนโครงสร้างที่ไม่เสี่ยงต่อการร่วงหล่น หรือส่วนประกอบอาคารที่หลุดร่วงลงมาแล้วและไม่เป็นอันตราย

อย่างไรก็ตาม เจ้าของอาคารควรตระหนักว่า แม้จะได้รับการประเมินว่าปลอดภัย แต่ก็ควรเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น หากมีแผ่นดินไหวตาม (aftershock)

อาคารมีความเสียหายในระดับปานกลาง (สีเหลือง)

การประเมินอาคารในระดับนี้อาจมีความซับซ้อน เนื่องจากเป็นระดับที่อยู่ระหว่างอาคารที่ใช้งานได้ตามปกติ และอาคารที่ไม่ปลอดภัย

อาคารในกลุ่มนี้ยังสามารถใช้งานต่อไปได้ แต่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ

อาจจำเป็นต้องมีการจำกัดการใช้งานอาคารในบางพื้นที่ เพื่อป้องกันอันตรายจากชิ้นส่วนที่อาจร่วงหล่น

ผู้สำรวจต้องระบุข้อจำกัดในการใช้งานอาคารให้ชัดเจน ทั้งในแบบสำรวจและป้ายประกาศ

พื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยควรมีการกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน

หากมีการซ่อมแซมชั่วคราว เช่น การติดตั้งค้ำยัน ก็ควรพิจารณาว่าอาคารยังอยู่ในระดับความเสียหายปานกลาง เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายสิ่งค้ำยัน

อาคารมีความเสียหายอย่างรุนแรง (สีแดง)

อาคารในระดับนี้มีความเสียหายที่รุนแรง และอาจเกิดการพังถล่มได้ หากมีเหตุการณ์อื่น ๆ ตามมา เช่น แผ่นดินไหวตาม

อาคารจะถูกห้ามไม่ให้ใช้งานโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ลักษณะความเสียหายที่ใช้พิจารณาว่าอาคารอยู่ในระดับนี้ ได้แก่

  • สภาพโดยรอบอาคารที่อาจเป็นอันตราย เช่น อาคารข้างเคียงที่เสี่ยงต่อการพังถล่ม, ดินถล่ม, น้ำท่วมฉับพลัน
  • การรั่วไหลของแก๊ส หรือความเสียหายของสายไฟฟ้า
  • รอยแตกร้าวขนาดใหญ่บนพื้นดิน หรือการเอียงตัวของอาคาร
  • การพังถล่มของผนังรับน้ำหนัก หรือโครงสร้างหลังคา
  • ความเสียหายอย่างหนักของเสา คาน หรือจุดเชื่อมต่อ
  • การเคลื่อนตัวระหว่างชั้นที่เห็นได้ชัด
  • ความเสียหายอย่างหนักของฐานราก

อย่างไรก็ตาม อาคารที่ได้รับป้ายแดง อาจไม่จำเป็นต้องถูกรื้อถอนเสมอไป การดำเนินการต่อไปจะขึ้นอยู่กับการประเมินโดยละเอียดของวิศวกร

การติดป้ายประกาศระดับความเสียหายขั้นต้น

การติดป้ายประกาศระดับความเสียหาย เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการสื่อสารข้อมูลความปลอดภัยของอาคารให้แก่เจ้าของอาคาร ผู้ใช้งาน และประชาชนทั่วไป เพื่อให้การติดป้ายประกาศมีประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติดังนี้

  • ใช้ปากกาหมึกถาวรในการกรอกข้อมูลบนป้ายประกาศ เพื่อป้องกันการเลือนหายของข้อมูล
  • ติดป้ายประกาศในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจน เช่น ใกล้ทางเข้าอาคาร
  • หากอาคารมีทางเข้าหลายทาง ควรติดป้ายประกาศที่ทุกทางเข้า
  • ถ่ายรูปป้ายประกาศที่ติดแล้ว เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูล
  • อาคารแต่ละหลังควรได้รับป้ายประกาศในระดับเดียวกันทั้งหลัง แม้ว่าจะมีส่วนที่ใช้งานแตกต่างกัน

การเปลี่ยนระดับของป้ายประกาศระดับความเสียหายขั้นต้น

ในบางสถานการณ์ อาจจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงระดับความเสียหายของอาคาร ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการเปลี่ยนป้ายประกาศ การเปลี่ยนแปลงนี้ควรดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น เหตุผลในการเปลี่ยนป้ายประกาศอาจมีดังนี้

  • เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในการประเมิน หรือมีผู้ร่วมประเมินที่มีความเห็นแตกต่าง
  • เป็นผลจากการเกิดแผ่นดินไหวตามอย่างรุนแรง (ในกรณีนี้ ป้ายประกาศใหม่ต้องระบุวันที่ตรวจสอบใหม่)
  • ตรวจพบความเสื่อมสภาพของเสถียรภาพของพื้นดินในภายหลัง เช่น การทรุดตัวของอาคาร

ในบางกรณี อาจเป็นการเปลี่ยนระดับความเสียหายไปในทิศทางที่น้อยลง เช่น หลังจากการซ่อมแซมชั่วคราวที่ทำให้อาคารมีความปลอดภัยมากขึ้น ในกรณีนี้ วิศวกรที่ทำการซ่อมแซมควรทำหนังสือแจ้งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการประเมินอาคาร

การมีระบบการแบ่งระดับความเสียหายที่ชัดเจน และการดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง จะช่วยให้การจัดการกับสถานการณ์หลังแผ่นดินไหวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ข้อมูลจาก : กรมโยธาธิการและผังเมืองกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2560


บทความที่เกี่ยวข้อง
5 เทคนิคการทำถนนให้มีอายุการใช้งานยาวนาน
การก่อสร้างถนนที่มีอายุการใช้งานยาวนานเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างถนน เนื่องจากถนนที่ทนทานจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการรับประกันความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ถนนอีกด้วย ในบทความนี้ เราจะนำเสนอ 5 เทคนิคการทำถนนให้มีอายุการใช้งานยาวนาน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถสร้างถนนที่มีคุณภาพสูงและทนทานต่อการใช้งานหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
11 ธ.ค. 2024
อากาศร้อนกับงานก่อสร้าง ภัยร้ายที่คุกคามสุขภาพคนงาน
ในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะสร้างความรู้สึกอึดอัดให้กับผู้คนทั่วไปแล้ว ยังส่งผลกระทบร้ายแรงต่ออาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้ง หนึ่งในนั้นคือ "คนงานก่อสร้าง" ที่ต้องเผชิญกับความร้อนจัด แสงแดดจ้า ฝุ่นละออง และความเสี่ยงต่ออันตรายต่างๆ
22 เม.ย. 2024
20บริษัทรับเหมาก่อสร้างในไทยปี2568
ในบทความ “20 บริษัทรับเหมาก่อสร้างในไทยปี 2568” นี้ เราจะพาท่านไปรู้จักกับ 20 บริษัทที่โดดเด่นและน่าสนใจในปี 2568 ทั้งในส่วนของงานรับสร้างบ้าน งานอาคารสูง รวมไปถึงโครงการรับเหมาก่อสร้างในงานโครงสร้างพื้นฐาน
3 ก.พ. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้